ความแตกต่างของสายเคเบิลเครือข่าย CAT5E/CAT6/CAT6E/CAT6A/CAT7

Technology

ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหา เรามาทำความรู้จักกับประเภทของสายแลนกันก่อนนะครับ โดยสายแลนแต่ละรุ่น สามารถจำแนกออกได้ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. แบ่งตามลักษณะการหุ้มฉนวน ทั้งแบบที่มีแต่ฉนวนอย่างเดียวไม่มีฟอยล์ หรือมีฟอยล์นอก หรือมีฟอยล์หุ้มทั้งหมด 
2. แบ่งตามการใช้งานแบบภายนอกอาคาร (Outdoor) และภายในอาคาร (Indoor) โดยที่สายแบบ Outdoor จะมีปลอกหุ้มที่แข็งแรงกว่าและหนากว่า
    สายแบบ Indoor เพื่อให้ทนต่อสภาพอากาศภายนอกอาคารได้ดีมากขึ้น
3. แบ่งตามการเข้าหัวของสาย LAN หรือตามลักษณะการใช้งาน เราควรเลือกสายนำสัญญาณให้เหมาะสมและรองรับกับอุปกรณ์เชื่อมต่อ
    เพื่อให้การส่งข้อมูลเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพมากที่สุด
4. แบ่งตามความถี่ (Frequency) ที่รองรับได้ ดังนี้
     4.1) สายแลน CAT5 เป็นสายทองแดงที่มีความเร็วต่ำที่สุด ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 100 Mbps สายชนิดนี้จึงไม่เป็นที่นิยมใช้งานกันซักเท่าไร
            เนื่องจากความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลที่ต่ำ
     4.2) สายแลน CAT5E เป็นสายทองแดงที่มีความเร็วที่ต่ำ แต่สูงกว่าแบบแรก ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 1 Gpbs
     4.3) สายแลน CAT6 เป็นสายทองแดงที่มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 10 Gpbs BANWIDTH อยู่ที่ 250MHz หรือบางยี่ห้อมีจำหน่ายสูงถึง 600MHz
     4.4) สายแลน CAT7 เป็นสายทองแดงที่มีความเร็วสูงสุดกว่าสามประเภทแรก ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 10 Gpbs BANWIDTH อยู่ที่ 600MHz 
 

สายแลน CAT5E

          CAT5E หรือ Category5E เป็นสายที่ไม่มีชนวนป้องกันสัญญาณรบกวนจากภายนอก สายชนิดนี้มีจำนวน 4 คู่สาย 8 เส้น ซึ่งมีการผลิตแกนทองแดง แบบแกนเดี่ยว (Solid conductor) เหมาะกับการติดตั้งแบบทั่วไป และแกนทองแดงแบบฝอย (stranded conductor) เหมาะกับสายเชื่อมต่อภายในตู้สื่อสาร (Patch cord) ซึ่งสามารถบิด โค้ง งอ ได้มากกว่าสายชนิดแกนเดี่ยว(Solid) สายชนิดนี้จะมี Bandwidth สูงสุด 350MHz ในบางยี่ห้อมาตรฐานที่ 100MHz และความเร็วในการส่งสัญญาณ
ที่ 100 – 1000Mbps หรือ Gigabit

สายแลน CAT6

        CAT6 หรือ Category6 เป็นสายนำสัญญาณแบบเคเบิ้ลทองแดงสี่คู่ รองรับการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่ายอย่าง Switch หรือ Hub สามารถรองรับความเร็วในการส่งได้สูงสุดถึง 10 Gbps จะมี Bandwidth สูงสุดที่ 600MHz หรือมาตรฐานอยู่ที่ 250MHz ส่วนความเร็วสูงสุดในการส่งสัญญาณที่ Full speed 1000Mbps หรือ Full Gigabit ในระยะแนะนำความเสถียรไม่เกิน 100 เมตร (ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และสัญญาณรบกวน) ผ่านอปุกรณ์เชื่อมต่อมาตรฐาน RJ-45

        โดยประเภทของสายแลน CAT6 จะมีทั้งแบบ CMR, CM, และ LSZH ซึ่งแตกต่างกันไปตามวัสดุที่ใช้ รูปแบบการติดตั้ง และอัตราการลามไฟของสายสัญญาณที่ติดตั้งภายในอาคารสำนักงานด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัยจากอัคคีภัย (ตามมาตรฐาน UL)

        – สาย CM (Communication Metallic) จะสามารถติดตั้งได้ภายในชั้น หรือติดตั้งราบไปกับพื้น ห้ามติดตั้งเปลือยในแนวอื่น             เด็ดขาด
        – สาย CMR (Communication Metallic Riser) จะสามารถติดตั้งได้ทั้งแนวราบ และแนวดิ่งบริเวณช่องชาร์ป (จุดรวมของ               สายสัญญาณที่เชื่อมต่อระหว่างชั้น) ถูกออกแบบด้วยวัสดุที่ทนทาน และป้องกันการลามของเปลวไฟได้ดีกว่าแบบ CM
           จึงมีราคาสูงกว่า แต่คุ้มค่าในการนำไปใช้งานในระยะยาว
        – สาย LSZH จะเพิ่มคุณสมบัติด้านความปลอดภัย กรณีเกิดเพลิงไหม้ สายแบบ LSZH จะมีคุณสมบัติพิเศษไม่ลามไฟ และ
           มีควันน้อยกว่าปกติ เพื่อป้องกันอาการสำลักควันที่อาจเป็นสาเหตุทำให้คนเสียชีวิตได้

สายแลน CAT7

        CAT7 หรือ Category7 เป็นสายนำสัญญาณแบบ Aluminum Foil หุ้มที่คู่สายทุกคู่ เพื่อการป้องกันสัญญาณรบกวน ด้วย Screen shielded twisted pair (SSTP) หรือการเดินสายแบบหุ้มด้วยฟอยซ์คู่สายเกลียว (SFTP) รองรับการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่าย สามารถรองรับความเร็วในการส่งได้สูงสุดถึง 10 Gbps ความถี่สูงสุดที่ 600 MHz ในระยะแนะนำความเสถียร ไม่เกิน 100 เมตร 

         ส่วนทุกท่านจะเลือกใช้สาย Cat5E หรือ Cat6 หรือ CAT7 นั้น ก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณของแต่ละหน่วยงาน และประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อใช้สายที่แพงขึ้นครับ
         แต่ปัจจุบันที่นิยมใช้กันมากที่สุดก็คือ สาย CAT6 เนื่องจากเหมาะสมกับการใช้งานตามมาตรฐาน และหลายองค์กรในประเทศไทยยังใช้ Switch แบบที่มีความเร็ว อยู่ที่ 10/100/1000 Mbps สายชนิดนี้จึงเหมาะสมที่สุดกับการใช้งาน ในราคาที่คุ้มค่าต่อการลงทุนนั่นเองครับ